ด่วน!! เกิดเสียงระเบิดที่อาคาร "เตาปฏิกรณ์ 2" ของญี่ปุ่นเช้านี้

เกิดเสียงระเบิดขึ้น ที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะเช้าวันนี้(15) แต่ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเชื่อคอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสีย หาย

เอเอฟพี - เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะในช่วงเช้าวันนี้(15) ซึ่งนับเป็นการระเบิดครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันเสาร์(12)ที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงไฟฟ้าเผย
       โฆษกบริษัท โตเกียว อิเล็คทริค เพาเวอร์ โค (เท็ปโก้) เปิดเผยว่า “เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง” ขึ้นที่อาคารเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 เมื่อเวลาประมาณ 6.00 ถึง 6.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันนี้(15)
       รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์เสียหายบางส่วน แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากแรงระเบิดหรือไม่
       ยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อ่างเก็บน้ำหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บกักน้ำเพื่อลดอุณหภูมิและควบคุมความดัน ได้รับความเสียหาย
       “แต่ยังไม่ปรากฎว่ามีปริมาณกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” เอดาโนะ กล่าว
       เท็ปโก้ เชื่อว่า คอนเทนเนอร์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่น่าจะได้รับความเสียหายหรือเกิดรอยรั่ว เนื่องจากระดับกัมมันตรังสีไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น โฆษกสำนักงานความปลอดภัยด้านปรมาณูญี่ปุ่น เผย
       ล่าสุด เท็ปโก้ ได้อพยพคนงานบางส่วนออกจากบริเวณเตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 แล้ว
       "เราได้อพยพพนักงานออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เว้นแต่ผู้ที่มีหน้าที่ลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์" โฆษกเท็ปโก้ ระบุ
       เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านอุตสาหกรรมและปรมาณูญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ว่า "คนงานที่อยู่ใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ถูกอพยพออกไปทั้งหมด ยกเว้นพวกที่ต้องสูบน้ำเข้ามาลดอุณหภูมิของเตา"
       "แต่การอพยพคนไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต"

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ญี่ปุ่นชะลอลงทุนไทยชั่วคราว หลังเจอสึนามิ-แผ่นดินไหว

Pic_155836

บิ๊กแบงก์กรุงไทยรับ แผ่นดินไหว-สึนามิ ส่งผลนักลงทุนญี่ปุ่นชะลอลงทุนในไทยชั่วคราว ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายแดงที่ศาลปกครองสั่งเพิกถอนการว่าจ้างกลุ่มยูนิค-ซุน วู จอยท์เวนเจอร์ แบงก์ยันไม่ตัดวงเงินสินเชื่อ พร้อมสนับสนุนสินเชื่อต่อไป...

14 มี.ค. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น การลงทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีแผนลงทุนในประเทศ อาจมีการชะลอตัวระยะหนึ่ง ขณะที่การลงทุนที่มีแผนงานไว้ เชื่อว่าจะดำเนินการต่อไป แต่ต้องรอการฟื้นฟูประเทศ

สำหรับธุรกิจส่งออกและธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ส่งสินค้าไปยังประเทศญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากสินค้าส่งออกของไทย ส่วนใหญ่ส่งออกในแถบอาเซียนและจีน ส่วนตลาดญี่ปุ่นในปัจจุบันมีสัดส่วนที่ไม่มาก จึงเชื่อว่ามีผลกระทบต่อภาพรวมของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คำสั่งซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นเริ่มมีการหยุดชะงักชั่วคราว แต่ลูกค้าของธนาคารยังไม่มีการหยุดผลิต เนื่องจากเมื่อมีการฟื้นฟูประเทศ เชื่อว่าจะต้องมีการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทย เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะจากการสอบถามลูกค้าของธนาคาร ได้ยืนยันว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปกติ

“ลูกค้าแพ็กกิ้งเครดิตที่ส่งสินค้าออกไปญี่ปุ่น หากรายใดได้รับผลกระทบ เมื่อติดต่อมา ธนาคารก็พร้อมพิจารณาช่วยเหลือ โดยรูปแบบการช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป” นายอภิศักดิ์ กล่าว

กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งจ้างกลุ่มยูนิค-ซุนวู จอยท์เวนเจอร์ ในการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ว่า ธนาคารได้เป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งขณะนี้ธนาคารยังให้การสนับสนุนเป็นปกติ ไม่ได้มีการระงับหรือตัดวงเงินสินเชื่อ เนื่องจากโครงการยังดำเนินการก่อสร้างเป็นปกติ

“โครงการยังไม่ได้หยุดก่อสร้าง ธนาคารยังสนับสนุนสินเชื่อเป็นปกติ ที่ผ่านมาลูกค้ามีการชำระหนี้เข้ามามากแล้ว เพราะเมื่อโครงการที่ก่อสร้างมีการส่งงวดงานให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็จะได้เงินมาชำระหนี้กับธนาคาร และตอนนี้ชำระหนี้เข้ามามากแล้ว และวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปเป็นหลักพันล้านบาท” นายอภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในช่วง 2 เดือนแรก มียอดการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่เข้ามาจำนวนมาก ทำให้เมื่อเทียบระหว่างเดือนต่อเดือน หรือเทียบระหว่างไตรมาสนี้กับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อสูงกว่าที่คาดหวัง และเชื่อว่าปีนี้ยอดสินเชื่อโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7-8 %

“ยอดสินเชื่อเอกชนรายใหญ่ที่ปล่อยไปช่วง 2 เดือน มีวงเงิน 40,000-50,000 ล้านบาท แต่ก็มีสินเชื่อราชการ มีการนำเงินมาชำระคืน 20,000-30,000 ล้านบาท และเมื่อหักกลับกันแล้ว ยอดสินเชื่อได้เติบโตเพิ่มขึ้นมาก แต่ว่าจะมีสินเชื่อราชการชำระคืน” นายอภิศักดิ์ กล่าว

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ด่วน!! โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุ่นระเบิดรอบ 2 - บาดเจ็บ 6 ราย

ภาพกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกจากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ หลังเกิดการระเบิดของไฮโดรเจนขึ้น วันนี้(14)

เอเอฟพี - เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะเกิดระเบิดขึ้นแล้ววันนี้(14) หลังระบบหล่อเย็นภายในล้มเหลว เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิที่คาดว่าจะคร่าชีวิตชาวญี่ปุ่นไม่น้อยกว่า 10,000 คน

       ญี่ปุ่นพยายามควบคุมความร้อนภายในเตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ หลังระบบหล่อเย็นได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์เมื่อวันศุกร์ (11) ที่ผ่านมา
       แต่ไม่นานหลังจากที่นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ออกมาเตือนว่า โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 250 กิโลเมตรยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ก็เกิดระเบิดดังสนั่น และส่งกลุ่มควันพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า
       เท็ปโก ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงไฟฟ้าเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน เป็นพนักงานของเท็ปโก 4 คน และคนงานอีก 2 คน โดยขณะนี้ทั้งหมดรู้สึกตัวแล้ว
       หนังสือพิมพ์ จิจิ เพรส รายงานว่า มีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 4 นาย
       ทางการญี่ปุ่นคาดว่าอุบัติเหตุครั้งล่าสุดนี้น่าจะเกิดจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจน
       ยูกิโอะ เอดาโนะ หัวหน้าโฆษกรัฐบาล แถลงรายงานจากเท็ปโกว่า เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 อาจไม่รับความเสียหาย และโอกาสที่จะเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีอย่างรุนแรงยังเป็นไปได้น้อย
       “อุปกรณ์ครอบเตาปฏิกรณ์ไม่ได้รับความเสียหาย และไม่ปรากฏว่ามีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในระดับรุนแรง” เอดาโนะกล่าว
       เจ้าหน้าที่พยายามฉีดน้ำทะเลเข้าไปในเตาปฏิกรณ์เพื่อทดแทนระบบหล่อเย็น ซึ่งจะช่วยประคับประคองให้โรงไฟฟ้าอายุกว่า 40 ปีแห่งนี้ใช้การต่อไปได้
       เมื่อวันเสาร์ (12) ที่ผ่านมา แรงระเบิดจากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ส่งผลให้ตัวอาคารที่อยู่โดยรอบพังเสียหาย ขณะที่อุปกรณ์ครอบแกนปฏิกรณ์ยังคงใช้การได้

ภาพเปรียบเทียบโครงสร้างอาคารครอบเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ก่อน(ล่าง) และหลังการระเบิด

ญี่ปุ่นเร่งป้องกันภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หลังปล่อยกัมมันตรังสีลดแรงดันหอปฏิกรณ์

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

เอเอฟพี - ญีปุ่นเร่งป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงอันจะเกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าปรมาณู 2 แห่ง ซึ่งระบบหล่อเย็นของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ล้มเหลว หลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบ 140 ปี ขณะที่ทางการก็รีบอพยพชาวบ้านหลายหมื่นคนออกจากพื้นที่แล้ว
       โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่งที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้คือ โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ทั้งคู่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ห่างออกไปประมาณ 250 กิโลเมตร
       ทั้งนี้มีการตรวจพบกัมมันตภาพรังสีที่สูงกว่าปกติถึง 1,000 เท่าในห้องควบคุมความเย็นของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ชี้ว่าระดับรังสีดังกล่าวภายนอกโรงไฟฟ้าจะสูงกว่าปกติ เพียง 8 เท่า และยืนยันว่า "ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายในทันที"
       โตเกียวอิเล็กทริกพาวเวอร์ ซึ่งดำเนินกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เผยว่า ทางบริษัทได้ปล่อยไอกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าหมายเลข 1 ออกสู่บรรยากาศ เพื่อลดแรงดันในอาคารปฏิกรณ์ปรมาณู พร้อมกับยืนกรานว่าการกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดอันตราย
       ขณะที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินด้านปรมาณู ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง หลังแผ่นดินไหวระดับ 8.9 ซึ่งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่มหลายพื้นที่ รวมถึงโรงไฟฟ้าทั้งสองด้วย
       ด้านฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพอากาศ ที่ประจำการอยู่ในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น ได้ส่งตัวทำความเย็นไปยังโรงงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่ง โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นที่ไหน
       ส่วนการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ก็ยังขยายวงกว้างขึ้นอีก จากเดิมที่มีคำแนะนำให้ชาวบ้านในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าหมายเลข 1 ซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 6,000 คนอพยพออกจากพื้นที่ ในวันศุกร์ (11) ที่ผ่านมา ได้เพิ่มรัศมีเป็น 10 กิโลเมตร ซึ่งมีจำนวนรวมราว 45,000 คน
       นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสั่งให้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 3 กิโลเมตรรอบโรงไฟฟ้าหมายเลข 2 ออกจากพื้นที่ โดยที่ประชาชนในรัศมีไกลกว่านั้นจนถึง 10 กิโลเมตรได้รับคำแนะนำให้อยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาของหอหล่อเย็น

สึนามิจากญี่ปุ่นซัดฮาวาย-ชายฝั่งตะวันตกสหรัฐฯ เรือพังยับ-คนหาย 1 ราย

ท่าเรือในซานตาครูซได้รับความเสียหายจากสึนามิ

เอเอฟพี - สึนามิหลายระลอกอันเกิดจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นเดินทางเป็นระยะทาง หลายพันกิโลเมตรข้ามแปซิฟิก ซัดชายฝั่งทางตะวันตกของสหรัฐฯ สร้างความเสียหายให้กับเรือเป็นหลายลำ ทั้งยังทำให้มีผู้สูญหาย 1 คน ขณะที่ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน และสั่งอพยพประชาชนครั้งใหญ่ในฮาวาย และแถบเวสต์โคสต์แล้ว
       คลื่นยักษ์ ที่มีความสูงประมาณ 2.4 เมตร ซัดถล่มชายฝั่งของแคลิฟอร์เนีย และโอเรกอน 12 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 8.9 ในญี่ปุ่น และส่งผลให้หลายสิบประเทศทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกต้องประกาศเตือนภัยสึนามิกัน อย่างแตกตื่น
       ซินดี เฮนเดอร์สัน ผู้จัดการหน่วยฉุกเฉินในเมืองเครสเซนต์ เผยว่า เรืออย่างน้อย 35 ลำถูกสึนามิซัดได้รับความเสียหาย โดยเมืองดังกล่าวนี้อยู่ห่างจากญี่ปุ่นถึง 11,265 กิโลเมตร และเป็น 1 ใน 5 เคาน์ตี้ของแคลิฟอร์เนียที่ได้รับคำสั่งให้อพยพประชาชนแถบชายฝั่ง
       ยามชายฝั่งสหรัฐฯ เสริมว่า ท่าจอดเรือในเมืองซานตาครูซมีเรือได้รับความเสียหายอีกราว 6 ลำ เนื่องจากแรงคลื่นทำให้เรือลอยมาชนกัน ซึ่งลิซา เอเกอร์ส ผู้อำนวยการท่าเรือประเมินมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 10 ล้านดอลลาร์

ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน

       ด้านเจอร์รี บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเคาน์ตี้แถบชายฝั่ง 4 แห่ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้สามารถรับเงินช่วยเหลือในการเก็บกวาดเมืองจาก รัฐบาลกลางได้
       ก่อนที่สึนามิจะปะทะแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ คลื่นยักษ์ได้ซัดเกาะฮาวายก่อน โดยเพียง 4 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นได้มีการอพยพชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่ำบนเกาะไปยังที่สูงแล้ว ซึ่งคลื่่นที่ใหญ่ที่สุดที่ซัดฮาวายนั้นมีความสูงราว 1.8 เมตร
       ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกออกประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์ตามแนวชาย ฝั่งเวสต์โคสต์ เรื่อยไปจนถึงอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแอนตาร์กติกา ซึ่งหลายชั่วโมงหลังจากนั้น นีล เอเบอร์ครอมบี ผู้ว่าการรัฐฮาวายระบุว่าประกาศเตือนภัยลดระดับลงเป็นคำแนะนำระวังภัยแทน

นักท่องเที่ยวยืนดูความเสียหายหลังสึนามิปะทะเกาะฮาวาย

ซากสิ่งของหลังฮาวายประสบคลื่นยักษ์

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์