แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบันเทิง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบันเทิง แสดงบทความทั้งหมด

“สรรพากร” เปิดโปง “10 กลวิธี” โกงภาษี! “พลอย” แค่จิ๊บๆ-ผู้รับเหมาคราบนักการเมืองแสบสุด

สรรพากรสรุป 10 วิธีที่บรรดาคนรวย-นักธุรกิจ-นักการเมือง ใช้ในการเลี่ยงภาษี ยิ่งกว่า ‘ดารา’ ชี้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีนักการเมืองเป็นเจ้าของ “ซิกแซ็ก” หลายรูปแบบ แถมยกระดับคนงานเป็นผู้รับเหมาช่วงเพื่อหลบภาษีได้ง่ายๆ ส่วนกลุ่มอสังหาฯ ก็งัดวิชามารเลี่ยงภาษีกันเห็นๆ ขณะที่บริษัทส่วนใหญ่เลือกแต่งบัญชีเท็จเพื่อให้เจ้าของและหุ้นส่วนรวยทั่ว หน้า สรรพากรบ่นใช้กฎหมายเล่นงานพวกโกงภาษีไม่ได้เพราะถูกนักการเมืองบีบ ‘พวกข้าใครห้ามแตะ’
       กรณี พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ที่มีความขัดแย้งกับบริษัทออร์แกไนซ์ จนเป็นที่มาของการเปิดโปงให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า เธอใช้บัตรประชาชนของพ่อคนขับรถเธอเอง มารับเงินแทนเพื่อจะได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของเงินที่ได้รับ แทนที่จะถูกหักร้อยละ 5 ตามกฎหมาย
       นี่คือเหตุผลสำคัญที่กระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพากร เตรียมเปิดเวทีเชิญดารานักแสดง พิธีกร นักกีฬาที่เป็นบุคคลสาธารณะ มารับฟังแนวทางการเสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีแก่ประชาชนทั่วไปในการเสียภาษีต่อไป
       อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร ระบุว่า การเลี่ยงภาษีที่เกิดขั้นนั้นไม่ใช่มีเฉพาะอาชีพดารา หรือกรณีข่าวของ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ดามาพงศ์-ชินวัตร) อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเลี่ยงภาษีอากร มูลค่า 546 ล้านบาทเท่านั้น
       แต่ข้อเท็จจริงแล้ว มีบุคคลที่มีรายได้สูงจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจการเมือง หรือนักการเมืองที่มีอิทธิพลต่างๆ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ล้วนแต่หาช่องทางที่จะเลี่ยงภาษีเพื่อให้เขาและบริษัทของเขาจ่ายภาษีน้อยที่ สุดเท่าที่กฎหมายเปิดช่องไว้
       “มันเป็นการวางแผนภาษีเพื่อให้จ่ายน้อยที่สุด ซึ่งจะทำอย่างนี้ได้ต้องมีคนชี้แนะ ตั้งแต่นักบัญชี บริษัทที่ปรึกษาทางบัญชี และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรร่วมกันดำเนินการให้”

       สำหรับกลวิธีในการเลี่ยงภาษีที่นิยมกระทำกันตลอดมาทั้งในส่วนของการ เสียภาษีบุคคลและในรูปนิติบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพากร ได้สรุปให้ “ASTV ผู้จัดการรายวัน” ฟัง ประกอบด้วย
1. การตั้งตัวแทนเชิด คือ การตั้งบุคคลอื่นหรือบริษัทเป็นผู้มีรายได้และเสียภาษีแทนตน ซึ่งมีผลให้ตัวเองเสียภาษีน้อย หรือหากมีปัญหาฟ้องร้องทางกฎหมายก็จะยากขึ้น กรณีเช่นนี้ก็เหมือนกับที่พลอย เฌอมาลย์ ให้คุณลุงวัย 77 ปี รับเงินแทนเพื่อประหยัดภาษีนั่นเอง
สำหรับวิธีการตั้งตัวแทนเชิดนั้น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่บรรดานักการเมืองทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ล้วนเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งคนกลุ่มนี้กรมสรรพากรอยากจะบอกว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่เลี่ยงภาษีมากใน อันดับต้นๆ
โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างราย ใหญ่ จะใช้วิธีหารายชื่อคนงานแล้วให้คนงานของตนเองเป็นผู้รับเหมารายย่อย โดยเงื่อนไขสำคัญของคนที่จะถูกเชิดให้เป็นผู้รับเหมารายย่อยนั้นต้องไม่ให้ มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท เพื่อเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
       “จุดประสงค์ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้เขาประหยัดภาษีมากขึ้น ซึ่งความจริงเงินจำนวนที่ถูกถ่ายออกไปก็เข้ากระเป๋าพวกเขากันเอง”
       นอกจากบรรดาบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะนิยมใช้วิธีการดังกล่าวแล้ว กรมสรรพากรยังพบว่าบรรดากิจการขนส่งสินค้าก็นิยมกระทำเช่นกัน ด้วยการเอาชื่อลูกน้องในการรับส่งสินค้าแทน เพื่อหลีกเลี่ยงรายได้แท้จริงของตนเอง

2. การตั้งคณะบุคคล เป็นการก่อตั้งคณะบุคคลหลายๆ คณะ จุดประสงค์เพื่อแตกฐานเงินได้ให้เล็กลง โดยมีชื่อตนเองในทุกคณะ ทำให้เสียภาษีน้อยลง และยังสามารถหักค่าใช้จ่ายในแต่ละคณะได้อีก
       “พวกที่มีอาชีพอิสระ ที่ปรึกษา ศิลปินดารา หรือพวกที่มีรายได้สูงๆ นิยมทำมาก อย่างดาราที่เป็นข่าวโด่งดังก็ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ใช้วิธีการนี้เลี่ยงภาษี ซึ่งชมพู่บอกว่าที่ทำแบบนี้เพราะไม่รู้และได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ ยืนยันว่าต่อไปเธอจะไม่ใช้วิธีนี้ เพราะเท่ากับเป็นการโกงภาษีรัฐ” แหล่งข่าวกรมสรรพากร ระบุ
3. ทำให้บริษัทขาดทุน วิธีการนี้เป็นที่นิยมทำกันแพร่หลายในทุกๆ ประเภทกิจการ โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จะใช้วิธีการสร้างรายจ่าย หรือบิลรายจ่ายมาเบิกบริษัทให้มากที่สุด เมื่อถึงปลายปีก็จะพบว่าบริษัทขาดทุนและไม่สามารถเสียภาษีได้ ส่วนที่มีการหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว ก็มีโอกาสจะได้คืน เนื่องจากบริษัทไม่มีกำไรและยังขาดทุน
       ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้เข้าไปตรวจสอบและพบว่าบริษัทเหล่านี้มีการกระทำอีกหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ให้บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการบริษัทของตนเองเพื่อหลบยอดรายได้หรือยอดขาย และเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยบริษัท
       “นักการเมืองบางคนใช้ชื่อบริษัทสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง แต่ปรากฏว่าเอาวัสดุที่ซื้อไปก่อสร้างบ้านตัวเองราคาหลายล้าน แต่กลับนำบิลมาเบิกเป็นรายจ่ายบริษัทแทน”
เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเล่าอีกว่า ที่น่าตลกที่สุด บริษัทรับเหมาก่อสร้างทำถนน แต่กลับมีการสั่งซื้อ “สี” เป็นจำนวนมากมาหักภาษีซื้อ และยังมีการนำบิลรายจ่ายอื่นๆ ที่ใช้เป็นการส่วนตัว แล้วมีการแต่งตัวเลขให้สูงขึ้น จากนั้นนำมาตัดจ่ายในบัญชีของบริษัท

4. การหลบยอดขายและยอดซื้อ ซึ่ง หมายถึงบริษัทมีการแต่งบัญชีโดยให้ยอดขายเกิดขึ้นเท่าที่ต้องการจะเสียภาษี เช่นมียอดขายสินค้า 200 รายการ แต่มีการเปิดบิลหรือมียอดขายตามบิลแค่ 80 รายการ ซึ่งวิธีนี้บรรดาบริษัท ห้างหุ้นส่วน นิยมกระทำมาก
       “พวกนี้จะนิยมแต่งบัญชี คือเขาจะมีบัญชี 1 และบัญชี 2 ซึ่งเขาจะรู้ว่าบัญชีไหนไว้ใช้ยื่นเสียภาษี ซึ่งจริงๆ แล้วมันผิดกฎหมาย แต่โทษบ้านเราก็แค่ปรับ พวกนี้จึงไม่เกรงกลัว”
5. การซื้อใบกำกับภาษี ที่ นิยมกันก็คือการซื้อใบกำกับภาษีซื้อของผู้ประกอบการค้าน้ำมันมาเป็นยอดราย จ่ายของบริษัทตน ทั้งนี้เพราะผู้เติมน้ำมันรายย่อยมักไม่ขอใบกำกับภาษีอยู่แล้ว
       “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมักขอซื้อใบกำกับภาษีดังกล่าวเพื่อนำไปขอคืนภาษีจากรัฐ เพื่อทำให้เสียภาษีน้อยลง”
6. การหลีกเลี่ยงโดยผ่านระบบบัญชี วิธี นี้นักบัญชีของบริษัทจะรู้กันกับเจ้าของกิจการ หุ้นส่วนบริษัท หรือบอร์ดบริษัท ที่ต้องการจะมีการประหยัดเงินและนำผลกำไรให้กับเจ้าของกิจการตัวจริงและหุ้น ส่วนมากที่สุด ก่อนที่จะนำบัญชีบริษัทส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองอีกขั้นตอนหนึ่ง
       “วิธีการนี้เป็นการสร้างบัญชีเท็จ ด้วยการกำหนดรายจ่ายต่างๆ เข้ามาเบิกในบัญชีบริษัทหรือค่าที่ปรึกษา ค่าโบนัสให้กับกรรมการหรือพนักงาน แต่ข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพียงแต่เป็นการวางแผนทางภาษีเพื่อให้บริษัทเสียภาษีน้อย แต่เจ้าของกิจการได้กำไรมากๆ”

7. การตั้งบริษัทเพื่อเจตนาออกใบกำกับภาษีซื้อปลอม วิธีการนี้จะมีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาหลายๆ แห่ง และมีการออกใบกำกับภาษีซื้อขายแก่กันเป็นทอดๆ โดยข้อเท็จจริงแล้วบริษัทไม่ได้มีการทำกิจการจริง แต่ใช้วิธีการโอนกลับไปกลับมาเท่านั้น
       “เขาเจตนาโกงภาษี ทำทีมีการส่งออกสินค้า และมีการปลอมใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้วนำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม”
8. การซื้อบิลจริง แต่ไม่มีการกระทำจริง วิธีการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยอาศัยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ มาเป็นเงื่อนไขในการจ่ายภาษี
       ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตสินค้ารายหนึ่ง ต้องการประหยัดภาษีรายได้ เนื่องจากบริษัทมีกำไรมาก จึงใช้วิธีการติดต่อขอซื้อใบเสร็จ โดยอ้างว่าเป็นค่าการตลาด (ประชาสัมพันธ์) ในสื่อต่างๆ ในวงเงิน 20 ล้านบาท ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วบริษัทนี้ไม่ได้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว และบริษัทที่ทำโฆษณาก็ยอมออกใบเสร็จให้
“นี่เป็นวิธีการโกงภาษี ที่มีผู้ร่วมกระทำหลายคน คือบริษัทผลิตสินค้า และบริษัทผลิตสื่อโฆษณา เพราะวงเงิน 20 ล้านบาทที่บริษัทต้องการนำไปหักภาษีนั้น ข้อเท็จจริงเขาจ่ายให้บริษัทผลิตสื่อแค่ส่วนของการหักภาษีรายได้ 2% (ภาษีจ้างทำของ) และมีการตกลงส่วนต่างกันอีกประมาณ 10% เท่านั้น”
       ผลที่ตามมาก็คือบริษัทผลิตสินค้ารายนั้น ได้นำใบเสร็จ 20 ล้านบาทไปหักในรายได้บริษัท มีผลทำให้เขาประหยัดภาษีได้มาก ขณะเดียวกันเขาก็เสียเงินให้กับบริษัทผลิตสื่อแค่ประมาณ 2 ล้านที่ถือเป็นเงินใต้โต๊ะเท่านั้น

9. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เลี่ยงภาษีแบบเห็นๆ สำหรับ วิธีการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือธุรกิจพัฒนาที่ดินที่นิยมเลี่ยงภาษีกัน มากส่วนใหญ่จะเป็นรายเล็ก รายกลาง และอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด จะกระทำโดยการแบ่งขายและประกาศขายที่ดินเปล่าเท่านั้น
       “หากสรรพากรไปตรวจบริษัทเหล่านี้จะอ้างว่า เขาขายเฉพาะที่ดินเปล่า และผู้ซื้อไปว่าจ้างปลูกบ้านกันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเขา”
ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว เป็นการขายที่ดินพร้อมบ้าน แต่แบ่งแยกเป็น 2 สัญญา คือสัญญาซื้อขายที่ดิน กับสัญญาว่าจ้างปลูกบ้าน เพื่อเลี่ยงภาษีรายได้ในส่วนของการปลูกบ้านที่ไม่ต้องจ่ายให้กับรัฐ
10. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ของ นักพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ ที่ดำเนินการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลายจังหวัด จะมีการประกาศขายห้องชุดเพียงบางส่วน และมีการเก็บห้องชุดอีกส่วนหนึ่งไว้เพื่อใช้ประกอบกิจการโรมแรม
       “บริษัทพวกนี้จะไม่ยอมแสดงรายได้ที่เกิดจากการให้บริการกิจการโรมแรม เพราะรายได้จำนวนนี้ความจริงแล้วต้องนำมาคำนวณ vat เขาก็หลบเลี่ยง ซึ่งสรรพากรก็ต้องไปติดตามเพื่อให้เขาเสียภาษีและมีรายได้เข้ารัฐ”
แหล่งข่าวอธิบายอีกว่า ปัญหาสำคัญที่สุดของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ก็คือ เมื่อไปตรวจพบการเลี่ยงภาษีและบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถหาหลักฐานมาหักล้าง ได้ ผู้เลี่ยงภาษี หรือโกงภาษี ก็จะใช้อิทธิพลทางการเมืองเข้ามาบีบข้าราชการที่ปฏิบัติงานทันทีเช่นกัน
       “พวกเราเจอนักการเมืองบีบมาตลอด โดยเฉพาะพวกธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นของนักการเมือง ต้องบอกว่าพวกนี้มีประตูเลี่ยงภาษีเยอะที่สุด และชอบใช้อำนาจข่มขู่ข้าราชการเพื่อไม่ให้พวกเราสืบสาวที่มาที่ไปมาก เพราะรู้อยู่แล้วว่าบริษัทตัวเองโกงภาษี”
ถึงเวลาแล้วที่กรมสรรพากรจะ ต้องดำเนินการกับผู้ที่เลี่ยงภาษีทุกราย และจะต้องไม่กระทำเฉพาะกับศิลปินดารา แต่จะต้องดำเนินการเปิดโปง บริษัท นักธุรกิจ นักการเมืองทุกรายที่เลี่ยงภาษีให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อไม่ให้บริษัท หรือบุคคลอื่นๆ เอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

ที่มา ผู้จัดการ Online

วิวาห์ร้อยล้าน 3 คู่คนดัง

       ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความรักที่สุกงอมกันคงจะไม่ผิดนักสำหรับเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังมีคนในแวดวงบันเทิงถึงสามคู่ที่พากันจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ถึงสองวันติด ว่ากันว่าทั้ง 3 งานแต่งสุดอลังการ มีมูลค่าการจัดงานรวมทั้งสินสอดทองหมั้นนับร้อยล้านเลยทีเดียว
       
     

 "แอฟ-สงกรานต์" หวานกลางหุบเขา
       เริ่มต้นกันที่งานแต่งท่ามกลางธรรมชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา ด้านเจ้าบ่าว “สงกรานต์ เตชะณรงค์” ก็ได้ถือเอาฤกษ์ดี เวลา 06.09 น. ยกขันหมากไปสู่ขอนักแสดงสาวสวย “แอฟ ทักษอร” โดยเป็นการจัดงานกันกลางแจ้งท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามของเขาใหญ่ ที่ลานโบนันซ่า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ดินของฝ่ายชายนั่นเอง        
       
       ภายในงานมีเพื่อนดาราบางส่วนไปร่วมงานด้วย อาทิ ชาย ชาตโยดม พร้อมแฟนสาว วิกกี้ สุนิสา, เบนซ์ พรชิตา ฯ โดยในระหว่างที่เจ้าบ่าวซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบข้าราชการสีขาวสะอาดตาได้ทำการสวมแหวนหมั้น ซึ่งเป็นแหวนประจำตระกูล "เตชะณรงค์" ให้กับนักแสดงสาวในชุดไทย เจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาขณะที่ฝ่ายหญิงก็ได้สวมกอดว่าที่สามีตนเองด้วยความยินดี ส่วนเรื่องของมูลค่าสินสอดนั้นไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด         
       
       ทั้งนี้ หลังจากเสร็จพิธีหมั้นและรดน้ำสังข์ตามประเพณีก็จะมีการจัดเลี้ยงฉลองสมรสและจัดเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมในงานซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัว ญาติๆ ตลอดจนเพื่อนสนิทของทั้งคู่ที่โรงแรมโบนันซ่า และหลังจากนั้น จึงจะจัดให้มีการเลี้ยงฉลองอีกครั้งที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2555...โดยว่ากันว่าในวันดังกล่าวจะเป็นงานช้างอย่างแน่นอน




       "วุ้นเส้น-ชาคริต" จะรักกันตลอดไป
       คู่หวานถัดมา เป็นคู่หนุ่มสาวนักแสดง "วุ้นเส้น วิริฒิภา" กับพระเอกหนุ่มชื่อดัง "ชาคริต แย้มนาม" ถือฤกษ์ในช่วงวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2555 งานจัดกันที่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โดยมีคนในแวดวงบันเทิงไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น หนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา, เจนี่ เทียนโพธิ์ สุวรรณ, นานา ไรบีน่า, พอลล่า เทเลอร์, แอน อลิชา ไล่ศัตรูไกล, เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร, แป้ง อรจิรา แหลมวิไล, เจนสุดา ปานโต, พิตต้า ณ พัทลุง, บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม, จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา, เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์, หมิว ลลิตา ปัญโญภาส, เมย์ เฟื่องอารมย์, เป้ย ปานวาด เหมมณี ที่ควงคู่ว่าที่สามี ป๊อป เรือเอก นิธิ บุญยรัตกลิน มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก 
                 
       บรรยากาศภายในงาน ถูกจัดตกแต่งภายใต้ธีม SECRET GARDEN โดยมีการประดับดาไปด้วยดอกไม้และแสงเทียนระยิบระยับ ส่วนของของชำร่วยนั้นเป็น COOK BOOK LOVE INGREDIENT และ DIARY NOTE CARD เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานระหว่างความรัก ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ เปรียบเสมือนการทำกับข้าวของชาคริต ทั้งนี้ หลังจากพิธีการต่างๆ เสร็จสิ้นลง คู่บ่าว-สาว ก็ได้จัด AFTER PARTY กับเพื่อนฝูงเป็นการฉลองวันแห่งความสุขแบบสมบูรณ์แบบ
       หลังจากนั้นทั้งสองก็พากันควงคู่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกในงานแต่งครั้งนี้ 
                 
       ชาคริต : “ตื่นเต้นมากครับ เมื่อคืนนอนไม่หลับ แล้วก็ทุกคน เพื่อนพี่มาด้วยใจ สนุกมาก มีความสุขมาก ตื่นเต้นแล้วก็รอเวลารับตัวเจ้าสาว ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี”
       วุ้นเส้น : “วุ้นตื่นเต้นเหมือนกัน ไม่ค่อยได้นอน นอนไม่หลับเลย ตอนแรกตื่นมากลัวไม่สวย แต่พี่คริตบอกว่าไม่ต้องห่วง สวยอยู่แล้ว มีความสุขมาก เมื่อเช้าเป็นพิธีสำคัญ มีสวมแหวน แล้วก็จดทะเบียน ความรู้สึกตอนจดก็คือวุ้นพร้อมแล้ว เราได้ใช้ชีวิตแต่งงานกลับใครสักคน เหมือนทำทุกอย่างตามหน้าที่ของภรรยา เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นนาง เปลี่ยนนามสกุล รู้สึกว่าสมบูรณ์แล้ว สรุปใช้นามสกุลเป็นแย้มนาม แต่ว่ามีนามสกุลตัวเองเป็นชื่อกลาง”
       ชาคริต : “ก็รู้สึกดีใจ เพราะเขามาด้วยใจ ทุกอย่างเขาให้เราด้วยความรัก เขาให้เรามาก คงขออะไรมากกว่านี้ไม่ได้ อีก 3 วันก็จะครบรอบคบกัน 1 ปี” 
          
        คุณแม่อวยพรอะไรบ้าง?
       วุ้นเส้น : “วุ้นตอนแรกคิดไว้ก่อนเลยว่า คุณแม่มีความสุขมาก มีคนดูแล ส่วนที่เขาอวยพรอยากให้พรเป็นจริง ฝากฝังเรากับพี่คริตต่อ แฮปปี้มาก ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสได้รดน้ำสังข์มีพิธีอะไรแบบนี้”
       ชาคริต : “รดน้ำคุณแม่ให้พร วุ้นก็น้ำตาไหล ทุกคนปลื้มด้วย เพื่อนที่ได้เห็นรูป แค่เห็นก็น้ำตาไหล ส่งแมสเสจมาบอก ทุกคนอยากให้เรามีความสุข แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ทุกคนต่างดีใจที่เรามีวันนี้ เหมือนทุกคนลุ้นมาตลอด เมื่อไหร่เราสองคนจะมีความรักแบบนี้ เมื่อเช้าแม่พูดว่า ฝากดูแลด้วย วุ้นเป็นคนดี วุ้นกลั้นน้ำตาไม่อยู่” 
                  
       สำหรับการเตรียมงานเจ้าบ่าวบอกว่าโชคดีที่มีเพื่อนเป็น wedding planner
       ชาคริต : “โชคดีมีเพื่อนเป็น Wedding Planner เขารู้เรื่องของเราอยู่แล้ว ขอบคุณที่ทำให้งานสมบูรณ์ ธีมงานข้างนอกไม่อยากให้มีดอกไม้เยอะ ข้างในเป็น Secret Garden เอาทุกอย่างมารวมกัน ของชำร่วยเป็นสมุดบันทึกรูปของเรา ถ่ายแฟชั่นด้วยกัน มีสูตรทำขนมที่ชอบทำ และ Candy จะมีชื่อตัวย่อของเราสองคน วันที่ คำว่ารัก ส่วนแหวนเราสองคนเชื่อในเรื่องของความรัก ประมาณ 3 กะรัต
       วุ้นเส้น : “ส่วนของพี่คริตกะรัตกว่าๆ”
       ฝ่ายชายหยอดหวานบอกให้สัญญากับฝ่ายหญิงทุกวันว่าจะรักกันตลอดไป พร้อมบินฮันนีมูนฝรั่งเศสเดือนหน้า ส่วนเรื่องทายาทนั้นเจ้าบ่าวหมาดๆ เผยว่า...
       “เรื่องทายาท ทำงาน ขอเที่ยวกันสองคนก่อน ใช้ชีวิตด้วยกันก่อน รอไปก่อน”



       

       "แมงมุม-ผู้พันดอลล่า" อยู่ด้วยกันจนวันตาย
       มาถึงคู่สุดท้าย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าบ่าวในเครื่องแบบ “ดอลล่า-พล.ต.พัชร รัตตกุล” จูงมือ “คุณแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล” บุตรีในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ฉลองมงคลพิธีสมรสพระราชทาน ที่จัดขึ้นภายในสวนหลวง ร. ๙ โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธี ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ คนดัง และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายมากันอย่างคับคั่ง
        
       
       "จะร่วมชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนวันตาย" นี่เป็นคำมั่นสัญญาของเจ้าบ่าวที่ให้แก่เจ้าสาวในวันแต่งงาน สร้างความตื้นตันใจให้เธอเป็นอย่างมาก พร้อมเปรยว่าตั้งใจปั๊มทายาท 3 คน ถ้าเป็นแฝด 3 เลยยิ่งดี
        
       
       "แมงมุมเป็นคนที่ทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้น ต่อจากนี้เป็นต้นไป เราจะสร้างชีวิตทำมาหากิน สร้างครอบครัวต่อไป" ด้านเจ้าสาวปลื้มเจ้าบ่าวที่เป็นผู้ชายอบอุ่น "เขาทำให้เราเป็นตัวของเราเอง เขารักที่เราเป็นเรา" ส่วนเรื่องฮันนีมูนทั้งคู่เตรียมบินสวีทที่ประเทศอิตาลี
       
        
       
       ขอขอบคุณ :ภาพประกอบจาก MSN Sanook และ kapook.com

“ก้อย-โย่ง” แต่งวันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 เผยฝ่ายชายลงทุนตัดเย็บชุดเจ้าสาวด้วยตัวเอง

“ก้อย- โย่ง” เผยฤกษ์สะดวกวิวาห์วันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 เพราะเป็นวันที่มีแต่ 555 ชีวิตจะได้มีแต่เสียงหัวเราะ ธีมงานย้อนยุค ฝ่ายชายลงทุนเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อตัดเย็บชุดแต่งงานให้กับฝ่ายหญิง อยากไปฮันนีมูนด้วยการนั่งรถไฟไซบีเรีย ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกเพื่อเป็นการพิสูจน์รักแท้ พร้อมเปิดอู่ปั๊มลูกแฝดทันที
       มีแพลนวิวาห์ไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สำหรับคู่รักนักร้องขวัญใจเด็กแนว “โย่ง อาร์มแชร์" อนุสรณ์ มณีเทศ และ “ก้อย แซทเทอร์เดย์ เซโกะ” วลัยลักษณ์ มุสิกโปฏก แต่เพราะพิษน้ำท่วมจึงมีเหตุต้องเลื่อนงานแต่งออกไป ล่าสุดทั้งคู่ได้มาร่วมงานเปิดตัวคอนโด แอ็บสแตรกส์ พหลโยธิน พาร์ค (ลาดพร้าว) พร้อมโชว์มินิคอนเสิร์ต ที่จำลองพิธีแต่งงานย่อยๆของทั้งคู่ งานนี้จึงได้เห็นช็อตหวานๆ อีกทั้งว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยังได้เปิดใจถึงพิธีงานแต่งที่ใกล้จะถึงใน เดือนพฤษภาคมนี้ว่า
โย่ง : “เรื่องงานแต่งตอนนี้ก็ได้ฤกษ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ วันที่ 5 เดือน 5 ปี 55 ที่เลือกวันนี้เพราะเป็นฤกษ์ที่สะดวกเลยขอแอบมีเรื่องตัวเลขนิดนึงเป็นวัน ที่น่ารักที่สุดของปีเวลาพูดออกมามันมีแต่ 555 เหมือนเสียงหัวเราะ และก็เป็นวันเสาร์เพื่อนๆ สะดวกกันด้วย แล้วที่สำคัญเวลาที่วันครบรอบมันจำได้ง่ายด้วย (หัวเราะ)”
ก้อย : “แล้วอีกอย่างเรื่องสถานที่ก็อำนวยด้วยว่างพอดี ที่เลือกจัดที่มิวเซียมสยามคือต้องบอกก่อนว่าเราเลือกกันหลายที่โรงแรมก็ สะดวกดี แต่ส่วนตัวเราก็คิดว่าวันนี้โรงแรมคงเต็มหมด จริงๆแล้วที่ก้อยชอบมิวเซียมสยามเพราะที่นั่นเป็นที่เก็บรวบรวมความทรงจำดีๆ และเราก็อยากมีความทรงจำที่ดีก็ต้องขอบคุณสถานที่ด้วย”
       จัดงานที่มิวเซียมสยามตอนนี้การเตรียมงานคืบหน้าไป 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว
โย่ง : “ธีมงานแต่งชอบแบบวินเทจสไตล์ 1920 อยากให้คนที่มางานร่วมใส่หมวกกันด้วย”
ก้อย : “คืองานจัดนอกสถานที่มันไม่รู้ฝนจะตกหรือเปล่าเลยให้ใส่หมวกกันไว้ก่อน แต่จริงๆ ถ้าฝนมาก็ไม่กลัว”
โย่ง : “เรื่องความพร้อมตอนนี้ก็เตรียมไปได้ 30 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ตอนแรกเราก็จัดกันเองทำกันเอง ไม่คิดว่ารายละเอียดมันจะเยอะขนาดนี้ แต่ไม่คิดจะวุ่นวายขนาดนี้ทั้งอาหาร สถานที่ ชุดอีก ตอนนี้ก็เลยมีเพื่อนเข้ามาช่วย”
       อยากไปฮันนีมูนไซบีเรียเพื่อพิสูจน์รักแท้
ก้อย : “เรื่องฮันนีมูนเดี๋ยวอาจจะดูๆกันไว้”
โย่ง : “ตอนแรกจะ ชวนคุณก้อยไปนั่งรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียซึ่งต้องใช้เวลา2เดือน ที่อยากไปเพราะอยากจะพิสูจน์รักว่าถ้าอยู่ด้วยกัน 2 เดือนเห็นหน้ากันทั้งวันทั้งคืน คือถ้าไม่รักก็คงเกลียดกันไปเลย (หัวเราะ) ส่วนเรือนหอผมก็กำลังสร้างออฟฟิศอยู่ก็เหมือนเป็นบ้านของผม เสร็จไป 70 - 80 เปอร์เซ็นต์แต่งเสร็จคุณก้อยก็จะย้ายเข้าไปดูแล อยู่ย่านเกษตรนวมินทร์”
       เผยชุดแต่งงาน “โย่ง” เป็นคนออกแบบตัดเย็บเอง
ก้อย : “เรื่องชุดงานแต่งอย่างที่บอกคุณโย่งออกแบบตัดเย็บให้ค่ะ”
โย่ง : "เรื่องชุดเราก็ได้เห็นแบบที่เขาร่างไว้ในกระดาษแล้ว เราก็“ตั้งใจ ทำให้เขาเพื่อเป็นของขวัญ ที่ผ่านมาคุณก้อยไม่เคยขอร้องอะไรที่ทำให้ผมลำบากใจ ผมเลยรู้สึกอายตัวเองเพราะคุณก้อยเขาดูแลผมดีมาก ผมก็เลยอยากให้วันแต่งงานเขาสวยที่สุด ตอนแรกเรียนผ่านยูทูปแต่มันไปไม่รอด เลยไปหาคุณครูเก่งๆ มาสอน ตอนนี้เริ่มขึ้นโครงแล้วและกำลังจะไปซื้อผ้า ได้เกาะอกแล้วครับกำลังลงมาที่กระโปรงสีก็ครีมๆขาวๆ คิดว่าเสร็จทันแน่นอน"
ก้อย : อยากขอดูบ้างเห็นแล้วก็น่ารักมากกว่า ก้อยทึ่งมากเพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมาก มันคงไม่เซอร์ไพร์สแล้วเพราะเรารู้แล้ว แต่มันยิ่งกว่าเซอร์ไพร์สอีกเขาต้องอดทนมาก ส่วนเรื่องเซอร์ไพร์สเขาต้องมีแน่นอน”
โย่ง : "ถามว่าต่อจากนี้ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหมหลังจากที่แต่งงานแล้ว ผมว่าการแต่งงานก็คืองานปาร์ตี้งานหนึ่งที่เชิญแขกมาร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อ ให้รู้ว่าเรากำลังเปลี่ยนสถานะจากแฟนมาเป็นสามีภรรยาแค่นั้นเอง ถ้ามันจะเปลี่ยนแปลงมันคงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่า ส่วนเรื่องลูกได้หมดครับไม่ว่าจะชายหรือหญิง ขอให้เกิดมาแข็งแรงพอ"
ก้อย : “อยากได้แฝดนะ (หัวเราะ)”


ขาว สวย 'หมวย' เอ็กซ์…

“หมวยเป็นคนชอบปฏิบัติธรรมค่ะ ทุกๆ เดือน จะไปทำบุญ ไปบริจาค ไปถวายสังฆทาน เพื่อนๆ นางแบบหลายคนไปบวชชีพราหมณ์ด้วยกันก็บ่อย”
       คุณหนุ่มๆ จะรู้สึกอย่างไรครับ หากต้องเจอกับประโยคแบบนี้จากปากของหญิงสาวที่มาพร้อมกับลุคเซ็กซี่ร้อนแรง สุดฤทธิ์ เว้ากันซื่อๆ เรารู้สึกเหมือน “พบพระ” ที่ไม่กล้าคิดอกุศลอะไรเลย และนั่นก็ส่งผลต่อรูปมวยของเราอย่างมหาศาล เพราะจากที่เคย “คึก” เพราะรู้สึกว่าจะได้คุยกับสาวเซ็กซี่ สถานการณ์ของเราก็ค่อยๆ ยุบยอบ...ยุบหนอ พองหนอ...ซ่าไม่ออก (555)
“หมวย-พิลาวรรณ อารีรอบ” อาจไม่ใช่บิ๊กเนมในวงการบันเทิง แต่สำหรับผู้คนบนถนนนางแบบ เธอคือ Well-Known อีกเบอร์หนึ่งซึ่งคิวฮอตมากที่สุด...
“โอเคว่า มันค่อนข้างจะเป็นภาพที่ขัดแย้งกันเหลือเกิน” สาวเซ็กซี่ในจักรวาลนางแบบ เว้นวรรคให้รอยยิ้มเล็กน้อย
       “แต่สิ่งที่หมวยได้รับจากการปฏิบัติธรรม ก็ทำให้หมวยเข้าใจงาน เข้าใจชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น แล้วก็แบ่งแยก คนเรามันมีหลายๆ ภาค ภาคที่เป็นงานก็เป็นแบบหนึ่ง ภาคที่เป็นชีวิต ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
“บางที การที่เราอยู่กับโลกมายาเยอะๆ อยู่กับคนเยอะๆ เรากลับมาบ้าน เราก็อยากจะบริหารตัวเอง อยากสงบ แล้วทุกวันนี้ ก่อนนอนทุกคืน ก็สวดมนต์นะ ทุกวันนี้ หมวยมีความสุขมากที่นอนหลับง่าย สบาย ตื่นเช้ามาจิตใจปลอดโปร่ง แจ่มใส ถ้าวันไหนถ่ายงานถึงเช้าแล้วเจอพระ หมวยจะรีบวิ่งไปใส่บาตรเลย”
       เอิ่มมม....เอาละ จะใจบุญสุนทาน จะแก่วัดแก่วามาอย่างไร เราจะกลั้นใจถามล่ะนะ แม้ว่าจะรู้สึก “บาปๆ” อยู่ในใจลึกๆ ก็ตามที ^_^

เห็นภาพแฟชั่นของหมวยเซ็ตนี้แล้ว ต้องบอกว่าเซ็กซี่มาก จริงๆ แล้ว เราเป็นคนร้อนแรงเหมือนในรูปหรือเปล่า?
       ไม่เลยค่ะ มันเป็นแค่งาน งานของเราเป็นงานที่ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ เพราะฉะนั้น เราต้องถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นเห็นว่าเราเซ็กซี่จริงๆ หนุ่มๆ ดูแล้วก็อยากจะติดตาม อะไรอย่างนั้น มันคืองานที่เวลาเราทำ เราต้องตั้งใจทำ แต่ที่คนจะคิดว่าเราต้องร้อนแรง ก็คงเป็นเพราะว่าคนเราชอบตัดสินกันที่รูปลักษณ์หน้าตามั้งคะ (ยิ้ม)
       ในชีวิตจริง หมวยก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้แบบว่าโชว์เรี่ยราดหรือว่าเจอใครก็อยากโชว์ “เอ๊ย เรานมใหญ่” มันไม่ใช่แบบนั้น
ถามจริงๆ ถ้าผู้ชายดูรูปเราแล้วหื่น หมวยคิดยังไงครับ?
       หมวยรู้สึกเฉยๆ นะคะ หมวยถ่ายงานมานานแล้ว และก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายที่เห็นผู้หญิงนุ่งบิกินี่ หน้าอกใหญ่ๆ แล้วจะแบบว่า...หื่น..หรืออะไรอย่างนั้น หมวยเข้าใจนะว่ามันเป็นธรรมชาติของผู้ชายอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเห็นรูปเราแล้วแค่คิดในใจ อย่าแสดงออกมากมาย ไม่ใช้คำพูดไม่สุภาพ หมวยก็จะขอบคุณมาก หมวยมีรูปเซ็กซี่ในเฟซบุ๊กเยอะ อาจจะมีคนบางคนมาเมนต์และใช้คำพูดไม่สุภาพเลย ไม่แมนเลย เรื่องหื่นมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ควรใช้คำพูดหยาบคาย
ผู้ชายแบบไหนที่ทำให้หมวยหัวใจเต้นแรงครับ ร้อนแรงหรือเรียบนิ่ง?
       ในชีวิต หมวยเคยคบผู้ชายมาแล้วทั้งสองแบบ ผู้ชายนิ่งๆ ก็อาจจะทำให้เราคบกับเขาได้นานหน่อย ส่วนผู้ชายร้อนแรง แรกๆ มันก็อาจจะค่อนข้างเป็นอะไรที่ตื่นเต้น แต่ในระยะยาว ถ้าเขาไม่นิ่ง ไม่หยุด หมวยว่ามันจะเหนื่อย แต่ถ้าเขาร้อนแรงช่วงแรกๆ แล้วพอคบกันไปแล้วเขาหยุดไหม เขาพอไหม ถ้าเขาหยุด ก็ดี หมวยว่าสาวๆ หลายคนจะชอบผู้ชายสไตล์นี้ แต่ก็อย่างที่บอกว่าถ้าเขาไม่หยุด ผู้หญิง ทุกคนก็ต้องวิ่งไปหาผู้ชายเรียบๆ เพราะว่าคบกับเขาในระยะยาวแล้วเราไม่เหนื่อย คือจริงๆ แล้ว ผู้หญิงทุกคนก็ต้องการผู้ชายที่อยู่ด้วยนานๆ คบแล้วมีความสุข คบแล้วไม่เหนื่อย คบแล้วไม่ต้องวิ่งตามตลอด
       ยังไงก็ตาม ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นช็อยส์แรกๆ ก็อย่างที่รู้น่ะค่ะ ทุกคนก็จะชอบคนที่หน้าตาดี ชอบคนฮอต แย่งกันจีบ สนุก (หัวเราะ) ถ้าได้มาถือว่าเราชนะ อะไรอย่างนั้น
หมวยเคยแย่งจีบผู้ชายแบบนั้นไหม?
       เคยสิคะ (หัวเราะ) เคยแบบว่าแย่งกันจีบ โอ้โห ผู้ชายคนนี้ฮออตเหลือเกิน แต่พอจีบไปสักพักแล้วรู้สึกว่า เริ่มเหนื่อยแล้วนะ เมื่อไหร่จะหยุดสักที เมื่อไหร่จะเลิกฮอตสักที ถ้าคุณไม่หยุด เราจะหยุดแล้วนะ (หัวเราะ)

วาเลนไทน์ปีนี้วางแผนทำอะไรครับ?
       นี่เป็นอีกหนึ่งปีแล้วที่อาจจะต้องอยู่บ้านคนเดียวเงียบๆ (น้ำเสียงอ่อยๆ)
อ้าว หัวใจยังว่างเหรอครับนี่?
       ใช่ค่ะ (ยิ้ม)
แล้วทำไงดีล่ะวันวาเลนไทน์?
       อย่าออกไปเดินนอกบ้าน เดินแล้วก็อิจฉาคนอื่น ปกติ วันปีใหม่หรือวันอื่นๆ ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรนะคะ แต่พอวาเลนไทน์ปุ๊บ นิดนึงนะ การเป็นคนโสดอาจจะดีหลายอย่าง แต่จะไม่ดีอย่างเดียวก็คือวันวาเลนไทน์นี่แหละ เพราะอาจจะรู้สึกว่าแย่จัง อยู่คนเดียว อยากจะออกไปสวีทวันวาเลนไทน์บ้างอะไรบ้าง เห็นคนอี่นเดินกระหนุงกระหนิง ก็น่ารักดี แต่ตัวเองกลับไม่มีอะไรอย่างนี้ ก็อยากจะมีนะ แต่บางที มานั่งคิดว่า ถ้ามันไม่ใช่ ฝืนไป มันก็เท่านั้น
       ดังนั้น อย่าออกจากบ้านเลยค่ะ เพราะหมวยลองหลายปีแล้ว เคยไปทานข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว เดินช็อปปิ้งคนเดียว จริงๆ ก็คิดนะว่า มันก็แค่วันๆ หนึ่ง แต่พอสักพัก มันก็จะรู้สึกว่า เฮ้อ มันน่าอิจฉาคนอื่นเขา เพราะฉะนั้น เราซื้อของมาทาน ดูหนังอยู่ที่บ้าน ดีกว่า อย่าออกไปไหนเลย เคยออกไปเมื่อหลายปีก่อน เห็นคนเขาให้ดอกไม้กัน โอ๊ย จะตาย รีบกลับบ้านเลย ทำให้เราคิดว่า เฮ้ย เราก็ไม่ได้หน้าตาแย่นะ แต่ว่าทำไมคนอื่นมีแฟน แต่เราไม่มี
เพราะเราเลือกมากเกินไปหรือเปล่า?
       เลือกมากเลยค่ะ (ยิ้ม)

แล้วคนที่เราจะเลือก ต้องเป็นคนยังไงครับ?
       อันดับแรก หมวยไม่ได้เลือกคนที่หน้าตานะคะ ต้องชนะใจหมวยให้ได้น่ะค่ะ แล้วหมวยเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดสูงมาก จุกจิกจุ๊กจิ๊กตามประสาผู้หญิง แต่สำหรับผู้ชาย ถ้าจะมาจีบ ขอให้ตั้งใจมาจริง ไม่ใช่ว่ามาจีบเล่นๆ ไม่ได้แค่อยากจะคบไว้ควงเล่น แสดงความตั้งใจให้เราเห็นเลยว่า อยากจะเป็นแฟน อยากจะคบหากันจริงๆ อยากจะอยู่ข้างๆ อยากจะให้คำแนะนำ แล้วก็ช่วยเหลือเราได้บ้าง หรือเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย พาส่งโรงพยาบาล
เอิ่ม...อันนั้นแฟน หรือว่ารถพยาบาลฉุกเฉินอ่ะ?
       (หัวเราะ) คือจริงๆ เราก็แค่อยากได้คนที่พึ่งพาได้น่ะค่ะ ส่วนเรื่องเงินหรือว่าอะไรอย่างนั้น เราไม่เคยคิดว่าจะต้องเดือดร้อนแฟนอยู่แล้ว แต่เวลาที่เราต้องการเขา เขาก็มีเวลาให้ เท่านี้ก็ดีแล้วค่ะ

หลายคนใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันเสียตัว หมวยคิดยังไงครับ?
       หมวยคิดว่ามันเป็นแฟชั่นนะคะ เราไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากไหนกัน แต่พูดถึงการเสียตัว หมวยว่าเขาเสียตัวกันทุกวันนั่นแหละค่ะ
หมวยคิดว่า เด็กๆ เดี๋ยวนี้ ผู้ใหญ่เข้าไม่ถึงหรือว่าผู้ใหญ่ไม่ได้ดูแลดี ไม่ได้ใส่ใจเขาจริงๆ ถ้าเกิดว่ารู้จักลูกรู้จักหลาน รู้จักน้องตัวเองจริงๆ สอนเขาดีๆ จะช่วยได้มาก
       วัยรุ่น บางที มีเพศสัมพันธ์ไม่ใส่ถุงยาง ไหนจะท้อง ไหนจะมีเรื่องโรค หมวยเห็นเยอะเลย เด็กถูกทิ้ง ไม่มีพ่อแม่ อยู่บ้านเด็กกำพร้า นั่งตาละห้อย น่าสงสารมาก

หมวยเห็นด้วยหรือเปล่ากับการมีอะไรกันก่อนแต่ง?
       หมวยคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะคะ เพราะบางที คนเราอาจจะต้องศึกษา อยู่ด้วยกันก่อนหรือว่าเสียตัวก่อน มันหายากแล้วค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ที่แบบว่าจะรอได้ หรืออย่างน้อย แค่แต่งงาน หมวยยังคิดว่ายากเลยสมัยนี้ หมวยเองก็คิดว่า หมวยคงไม่ได้แต่งงานเหมือนกัน การที่เราอยู่ด้วยกัน เข้าใจกันแล้วคบกันไปสักพักหนึ่ง แค่นี้ก็โอเค การ มีอะไรกันก่อนแต่งงาน หมวยคิดว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรน่าเกลียด หรือว่าไม่ได้ดูร้ายแรง แค่เรามีวุฒิภาวะและสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจหรือเดือดร้อน
       คือสมัยนี้ เด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ค่อนข้างเยอะ ออกมาอยู่คนเดียวเยอะ ออกมาเรียนออกมาทำงาน อย่างหมวยก็ออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่อายุ 17 แล้วทำงานส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้น ถามว่าเวลาที่เราอยู่คนเดียว มันก็ทั้งเหนื่อยทั้งอันตราย บางที ถ้ามีแฟนรับส่งเราบ้างเวลาเราทำงานดึกๆ ก็ดี ฉะนั้น ถ้าเราโตแล้ว ไม่ทำให้ใครเสียใจ ไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน หมวยว่าพอแล้วค่ะ และอีกอย่าง เวลาจะคบใครก็ควรเลือกด้วยว่าเขาเป็นคนดีหรือเปล่า
แล้วกับเรื่องวันไนท์สแตนด์ล่ะครับ วาเลนไทน์นี้น่าจะเยอะ?
       โดยส่วนตัว หมวยอาจจะเคยคิด แต่ว่าถ้าจะต้องทำ ทำไม่ได้หรอกค่ะ เคยไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้วแบบว่ามีหนุ่มๆ เข้ามาจีบ หมวยว่า การที่เราต้องไปลึกซึ้งกับใคร เราต้องใช้เวลามาก ไม่ใช่แค่ปิ๊งที่หน้าตาแล้วสามารถไปกับคนนั้นได้เลย หมวยเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องแบบนี้ ไม่รู้สิ เราถูกสอนมาแบบนี้ แล้วรู้สึกว่า ถ้าเราไปกับเขาแค่ภายในคืนแรกแล้วเขาจะมองเรายังไง หมวยเลยคิดว่า เราคบกันแบบยาวๆ ดีกว่า แต่ถ้าผู้ชายคนนั้นอยากจะแค่ วันไนท์หรือฟันแล้วทิ้ง หมวยก็จะบอกว่า ถ้าอย่างนั้น เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า จะได้ไม่เสียความรู้สึกต่อกัน

เรื่องบนเตียงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดหรือชีวิตเรามากน้อยแค่ไหน?
       มีนะ ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อก่อนก็มีคนบอกว่า ผู้ชาย ถ้าเซ็กซ์ไม่ดี แต่เป็นคนดี ก็อยู่ด้วยได้ หมวยว่าเซ็กซ์ก็เหมือนกับอาหาร มันมีหลากหลายรสชาติ เราต้องกินก่อน เราถึงจะรู้ว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย แต่ว่าผู้ชายที่อยู่ในอุดมคติของเราจริงๆ อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่เซ็กซ์ดีมากๆ แต่เซ็กซ์แย่ก็ไม่ไหวนะ ผู้หญิงจะหนีแน่นอน จะหนีตั้งแต่ครั้งแรกเลย นี่จะบอกให้หนุ่มๆ ฟังไว้ เซ็กซ์แย่หมายถึงรุนแรง ซาดิสต์ หรือไม่ให้เกียรติ ก็อาจจะได้แค่ครั้งเดียว วันเดียว อย่างเพื่อนหมวยบางคนก็เล่าให้ฟังว่า โอ้โห ผู้ชายคนนั้นคนนี้หล่อมาก หน้าตานายแบบเลย แต่เซ็กซ์ห่วยมาก ซาดิสต์มาก ไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลย ดังนั้น ต่อให้หล่อแค่ไหนก็ได้แค่นั้นแหละค่ะ ผู้ชายบางคนหน้าตาไม่ได้ดีอะไรนัก แต่เทคแคร์เราดีเซ็กซ์ดี ก็มักจะมีครั้งต่อๆ ไป
ที่ผ่านมา มักจะมีการถกเถียงกันว่า “ขนาด” สำคัญหรือเปล่า สำหรับหมวย คิดอย่างไรครับ?
       หมวยไม่ได้คิดว่า มันไม่สำคัญซะทีเดียว มันเหมือนปัญหาโลกแตก ถามว่าสำคัญไหม จริงๆ มันก็สำคัญนิดนึงค่ะ คืออย่างสมติว่า ถ้าผู้ชายเล้กกกก...ก็อาจจะทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่า ตัวเองไม่ฟิตหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกผู้ชายนะคะว่า เฮ้ย ผู้ชายแม่งเล็ก ไม่ใช่ ผู้หญิงเขาจะคิดอีกแบบ “เราไม่ฟิตหรือเปล่า” หรืออะไรประมาณนี้ แต่ ว่าผู้หญิงบางคนที่คิดว่า แม่งเล็กก็มี มาเมาท์กัน แต่ถ้าหมวยเจอผู้ชายแบบนี้ หมวยก็อาจจะรู้สึกว่า เราไม่ฟิตหรือเปล่า หรืออะไรประมาณนั้น แต่ว่าถ้าผู้ชายใหญ่ม้ากกกก...เกินไป หลายๆ คนอาจจะชอบ แต่สำหรับหมวย คิดว่า “พอดี” ดีกว่า เพราะใหญ่เกินไปก็เจ็บ มันจะจุก (หัวเราะ)

“อึนจอง T-ara” เล่นฉากบนเตียง



       ฉาก ขึ้นเตียงแสดงบทรักของ “อึนจอง” สาวสวยแห่ง T-ara ในซีรีส์ Queen Insoo กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก กับการแสดงฉากหวือหวา แบบที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักสำหรับไอดอลสาว ๆ อย่างเธอ - Soompi
     
       ภาพจากซีรีส์ Queen Insoo ในฉากเลิฟซีนของ อึนจอง แห่งวง T-ara กับนักแสดงหนุ่ม เบคซองฮยอน ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 21 ม.ค. เป็นตอนที่ตัวละครทั้งสองเผยถึงความรู้สึกอันลึกซึ้งต่อกัน และยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางร่างกาย จนเป็นที่สนอกสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในชุมชนออนไลน์หลาย ๆ แห่งของชาวเกาหลีใต้
     
       เชื่อกันว่า อึนจอง น่าจะเป็นไอดอลหญิงคนแรก ๆ ในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ ที่กล้าเล่นฉากบนเตียงในงานแสดงทางโทรทัศน์ ซึ่งส่วนใหญ่สาว ๆ กลุ่มนี้มักจะเป็นขวัญใจของเหล่าวัยรุ่น และจะไม่พยายามรับงานแสดงอะไรที่ดูจะหวือหวาเกินไปนัก นอกจากฉากเลิฟซีนนี้แล้ว ก็ยังมีฉากที่ไอดอลสาววัย 23 ปี ต้องคลอดลูกด้วย ซึ่งก็เรียกว่าสร้างความตกใจให้กับแฟนคลับของ T-ara อยู่เหมือนกัน
     
       ความเห็นของชาวเน็ตเกาหลีที่มีต่องานแสดงของไอดอลสาว ฮัมอึนจอง ก็มีทั้งตกใจ จนไปถึงชื่นชมในฝีมือการแสดง บางคนก็เสริมว่าฉากแบบนี้มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับนักแสดงคนหนึ่ง แม้จะเป็นของใหม่สำหรับไอดอล แต่ตัวของอึนจองอันที่จริงก็เป็นนักแสดงอยู่แล้ว ก่อนที่จะเป็นสมาชิก T-ara และประสบความสำเร็จอยู่ในวงการเพลงด้วยซ้ำไป
 
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์