3อภิมหาเศรษฐีไทยติดอันดับโลก ยังคนหน้าเดิม'ธนินท์-เฉลียว-เจริญ'

ฟอร์บส์/ASTVผู้จัดการรายวัน - ในรายชื่ออภิมหาเศรษฐีทั่วโลกที่มีทรัพย์สินความมั่งคั่งตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป (Billionaire) ประจำปีนี้ ตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ และนำออกเผยแพร่เมื่อวันพุธ(9)ปรากฏว่ามีคนไทยอยู่ 3 คน ได้แก่ 

อันดับ 152 ธนินท์ เจียรวนนท์ และครอบครัว ทรัพย์สิน: $6,500ล. ธุรกิจหลากหลาย
       ธนันท์ วัย 71 ปี เป็นผู้ดูแลกลุ่มเครือข่ายธุรกิจเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยบิดาของเขา และในตอนแรกๆ ยังเป็นกิจการนำเข้าเมล็ดพันธุ์พืชรายเล็กๆ ในกรุงเทพฯ สำหรับรอบปีที่ผ่านมา หุ้นของ 3 กิจการซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ถือหุ้นใหญ่ที่สุด อันได้แก่ ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่น, เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ), และ พีที เจริญโภคภัณฑ์ ต่างก็มีราคาเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยที่ ซีพี ออลล์นั้น สามารถทำผลกำไรได้สูงขึ้นมากและขยายกิจการอย่างประสบความสำเร็จ ส่วนอีก 2 บริษัทที่เป็นกิจการด้านอาหารนั้น ได้แรงอุปสงค์จากจีน ตลอดจนสามารถขายอาหารที่มีอัตราผลกำไรสูง นอกจากนั้น เครือธุรกิจนี้ยังเป็นเจ้าของบริษัทผู้ดำเนินการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ อันดับ 3 ของไทย ซึ่งเพิ่งเข้าเทคโอวเอร์กิจการในประเทศไทยของ ฮัทชิสัน เทเลคอม
       ครอบครัวนี้บริจาคเงินเพื่อการกุศลทั้งในรูปของการบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดวาอารามในประเทศไทย, อุปถัมภ์โรงเรียนและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
       ทรัพย์สมบัติของพี่ชายน้องชาย 3 คนของเขา ซึ่งฟอร์บส์เชื่อว่าต่างมีฐานะอยู่ในระดับอภิมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ ได้นำมาคำนวณรวมกับมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมของธนินท์
อันดับ 208 เฉลียว อยู่วิทยา ทรัพย์สิน: $5,000ล. กิจการหลัก: เครื่องดื่มกระทิงแดง
       เฉลียวซึ่งปัจจุบันมีอายุ 79 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง ทีซี ฟาร์มาซูติคอลส์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังของไทย เมื่อ 2 ทศวรรษก่อน เขาร่วมมือกับ ดีทริช มาเตชิตซ์ ชาวออสเตรีย ในการสร้างเครื่องดื่มชูกำลัง “เรด บูล” ขึ้นมา โดยที่เฉลียวลงขันด้วยสูตรเครื่องดื่ม ขณะที่หุ้นส่วนชาวออสเตรียของเขาดำเนินงานด้านการตลาด เวลานี้ เรด บูล ซึ่งมียอดขายปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์ วางแผนการที่จะขยายตลาดในจีนในปีนี้ หุ้นส่วนแต่ละฝ่ายต่างถือหุ้นในบริษัทฝ่ายละ 49% และเฉลิม อยู่วิทยา บุตรชายของเฉลียว ผู้เป็นเจ้าของ สยาม ไวเนอรี่ หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของเอเชีย เป็นผู้ถือหุ้นอีก 2% ที่เหลือ ครอบครัวนี้ยังได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งเป็นกิจการที่อยู่นอกตลาดหุ้น
อันดับ 247 เจริญ สิริวัฒนภักดี ทรัพย์สิน: $4,300ล. ธุรกิจหลัก: เครื่องดื่ม
       เจริญที่เวลานี้อยู่ในวัย 66 ปี เป็นบุตรของผู้ค้าเร่ตามถนนในกรุงเทพฯ เขาสั่งสมความมั่งคั่งของเขาด้วยการจำหน่ายเบียร์และสุราราคาไม่แพง เขาเป็นผู้ควบคุมกิจการ ไทยเบฟ บริษัทผู้ผลิตเบียร์และสุรารายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ เบียร์ช้าง เขานำบริษัทนี้ไปจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในปี 2006 หลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงชาวพุทธขัดขวางไม่ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ทีซีซี แลนด์ ของเขาที่เป็นบริษัทนอกตลาดหุ้น เป็นเจ้าของ พันธุ์ทิพย์พลาซา ศูนย์การค้าด้านเทคโนโลยีชื่อดังในกรุงเทพฯ, โรงแรม โฮเท็ล พลาซา แอททินี ในแมนแฮตตัน นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าของโรงแรมอื่นๆ ทั้งในเอเชีย, สหรัฐฯ, และออสเตรเลีย ตลอดจนเป็นเจ้าของอาคารที่พักอาศัย, อาคารด้านการพาณิชย์, และอาคารด้านการค้าปลีก ทั้งในสิงคโปร์และประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เข้าร่วมประมูลเพื่อซื้อกิจการในไทยของ คาร์ฟูส์ เครือข่ายค้าปลีกสัญชาติฝรั่งเศส ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ
**คนหน้าเดิมแต่อันดับสับเปลี่ยน**
       เมื่อเปรียบเทียบกับกับอันดับอภิมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลก ประจำปีที่แล้ว ซึ่งนิตยสารฟอร์บนำออกมาเผยแพร่ในวันที่ 10 มีนาคม 2553 และ 40 อันดับมหาเศรษฐีในประเทศไทย ซึ่งฟอร์บส์เป็นผู้จัดทำเช่นเดียวกัน และนำออกเผยแพร่ในวันที่ 2 กันยายน 2553 ปรากฏว่า ทั้งนายธนินท์, นายเฉลียว, และนายเจริญ ติดอยู่ใน 3 อันดับแรกของการจัดอันดับทั้งสองครั้งนั้นเช่นกัน ทว่า ตำแหน่งมีการเปลี่ยนแปลงไป
       กล่าวคือ ในอันดับอภิมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกปีที่แล้ว นายเฉลียวติดอันดับสูงที่สุด คือ ที่ 208 มีทรัพย์สิน 4,100 ล้านดอลลาร์ ต่อด้วยนายเจริญ อยู่ในอันดับ 342 ด้วยความมั่งคั่ง 2,900 ล้านดอลลาร์ แล้วจึงเป็นนายธนินท์ อยู่ในอันดับ 463 มีทรัพย์สิน 2,100 ล้านดอลลาร์
       แต่พอถึงเดือนกันยายน ในการจัดอันดับมหาเศรษฐีในประเทศไทยของฟอร์บส์ นายธนินท์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แล้ว โดยมีทรัพย์สิน 7,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิทยา อยู่อันดับ 2 มีความร่ำรวยระดับ 4,200 ล้านดอลลาร์ และนายเจริญ อยู่ที่ 3 มีความมั่งคั่ง 4,150 ล้านดอลลาร์

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

'ภูริ' เห็นร้องอู้หู!!ชอบใจ 'แอน' ถ่ายทูพีช

Pic_154689

รักกลับมาหวานชื่นมื่นอีกครั้ง สาว แอน-อลิชา ไล่สัตรูไกล เลยได้ฤกษ์สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำ งานนี้ต้องถาม ภูริ หิรัญพฤกษ์ หวานใจ ว่าดูแล้วเป็นไงบ้าง? "ก็ดูสวยงามดีนะ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าคราวที่แล้ว" มีท่าฉีกทุเรียนด้วย? "ยังไม่ได้เห็นเลย" กระแสค่อนข้างแรง? "ก็เป็นการตัดสินใจของเค้า ถ้าเค้าแฮปปี้ก็โอเค" จะไปหาดูมั้ย? "ก็จะไปดู แต่ตอนนี้เห็นว่าขายหมดแผงหาซื้อไม่ได้ เค้ามาโม้ให้ฟัง" ยังไม่ซื้อไว้เหรอ? "จะไปดูของเค้า ตอนนี้ซ้อมละครเวทีทุกวันเลยไม่มีเวลา" คิดว่าเค้าจะเซ็กซี่มากมั้ย? "ก็คงเซ็กซี่ ได้เห็นตอนเค้าไปถ่าย ตอนนั้นเป็นคนขับรถไปให้ ไปเช้าเย็นกลับ ก็โอเคนะ" มีห้ามหรือมีลิมิต มั้ย? "อยู่ที่ตัวเค้ามากกว่า เค้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เค้าโอเคเราก็โอเค ไม่ได้ห้าม" พักหลังเค้าก็เซ็กซี่ขึ้น เราว่าอะไรมั้ย "คุณแอนเค้าก็มีอายุถึงประมาณนึงแล้ว (หัวเราะ) ก็ควรจะเซ็กซี่บ้าง ไม่ใช่เด็กๆที่จะต้องรักนวลสงวนตัวมาก เค้าโตเป็นผู้ใหญ่มีดุลพินิจในการตัดสินใจ" ไม่หวงใช่มั้ย? "ไม่หวง" โชว์นิดโชว์หน่อยจะได้เซ็กซี่? "อะไรอย่างนั้น จะได้ดูแล้วอู้หูเซ็กซี่จัง" ถ่ายคู่กันล่ะจะมีมั้ย? "คู่กันคงไม่มีแล้วมั้ง คงทำครั้งเดียว คิดว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นประสบการณ์ ผมก็ไม่ใช่นายแบบ ไม่ใช่แนว ผมชอบแสดงมากกว่า".

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

ชาวบ้านฉงน!! ปลาหลายล้านตัวเกยตื้นหมู่ปริศนาในแคลิฟอร์เนีย

 

เอเอฟพี - ชาวประมงแคลิฟอร์เนีย ต่างรู้สึกฉงนหลังพบปลาแอนโชวี หลายล้านตัวลอยมาเกยตื้นตายหมู่ ณ ท่าเรือแห่งหนึ่ง ทางใต้ของลอสแองเจลิส เมื่อวันอังคาร (8)
       ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ปลาเหล่านี้ซึ่งถูกพบ ณ ท่าเรือบนชายหาดเรดอนโด อาจเกิดจากสภาพไร้ออกซิเจนในท้องน้ำ สืบเนื่องจากสาหร่าย ขณะที่ทางชาวบ้านสงสัยว่าลมกระโชกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมาอาจซัดปลาลอยเข้าไป ยังจุดอับของท่าเรืออันเป็นบริเวณที่มีออกซิเจนน้อย

 

       “มันก็เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นกับปลาทองยามที่คุณไม่ได้ถ่ายน้ำในตู้ กระจกให้มันนั่นแหละ” บิลล์ วอร์คแมน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกกับหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทม์ส
       “เราไม่พบเห็นสัญญาณของสารพิษใดๆ ที่อาจเป็นต้นตอของการตายของมันและข้อประเมินเบื้องต้นของเราคือสภาพที่ไร้ ออกซิเจน” เขากล่าว พร้อมระบุว่า “ไม่พบเหตุน้ำมันหรือสารพิษใดๆ ที่รั่วไหลลงสู่ทะเลแถบนี้”

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

‘กัดดาฟี’ได้ชนเผ่า'ทัวเร็ก'เป็นกำลังกองหนุน

Fly me a Tuareg on time
By Pepe Escobar
       07/03/2011
ในสภาพที่ชนเผ่าแทบทั้งหมดของลิเบีย ต่างสมัครสมานสามัคคีกันต่อต้านมูฮัมมาร์ กัดดาฟี จึงมีรายงานข่าวว่า แอลจีเรียกำลังแสดงบทบาทในการช่วยเหลือขนเอาทหารรับจ้างจาก ไนเจอร์ และ ชาด ให้มาอยู่ทางฝ่ายเขา นอกจากนั้น จากการที่กัดดาฟีได้ทำการอุดหนุนจุนเจือการก่อกบฎของชาวทัวเร็กมานมนานหลาย สิบปีแล้ว บวกกับมนตร์เสน่ห์อันดึงดูดใจของเงินดอลลาร์ ในเวลานี้ชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านี้จึงดูเหมือนกำลังยกขบวนเดินทางกันมาตามเส้น ทางบกอันสุดโหดเพื่อช่วยเหลือเขาอีกแรงหนึ่ง ทั้งนี้ภายใต้การดำเนินการของอดีตหัวหน้ากบฎที่บัดนี้พำนักอยู่ในลิเบีย
       อำนาจรัฐในกรุงตริโปลีฝ่ายหนึ่ง และรัฐบาลคู่ขนานที่จัดตั้งกันขึ้นมาโดยอิงอยู่กับชนเผ่า บวกด้วย “กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นพิเศษ” (irregular militias) อีกฝ่ายหนึ่ง กำลังอยู่ในสภาพของการยันกัน ยังไม่ใช่แปรสภาพกลายเป็นสงครามกลางเมืองแล้ว แต่นี่ก็ทำให้การระบุตัวผู้เล่นสำคัญๆ ในลิเบียเป็นไปด้วยความลำบากยากเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ
       ถนนสายยาวเหยียดพาดผ่านทะเลทรายจากเมืองเบงกาซี (Benghazi) ไปยังกรุงตริโปลี สำหรับฝ่ายต่อต้านกัดดาฟีแล้ว มันเป็นเสมือนสัญลักษณ์รูปธรรมของการขยับขยายจาก “การลุกฮือ” ไปสู่ “ชัยชนะ” ในเส้นทางอันยาวไกลราวๆ 1,000 กิโลเมตรนี้ มีจุดพักกลางทางที่สำคัญยิ่งยวด คือ เมืองซีระเตะห์ (Sirte) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมูอัมมาร์ กัดดาฟี ถนนสายนี้คือถนนสายยาวเหยียดอย่างแน่นอน เว้นแต่จะมีอะไรบางอย่างบังเกิดขึ้นในสมรภูมิสุดท้ายในตริโปลี อย่างไรก็ดี เวลานี้ไม่มีหลักฐานใดๆ เลยว่ากัดดาฟีกำลังจะยอมรับยุทธศาสตร์ตะวันออกกลางแบรนด์ใหม่ของคณะรัฐบาลบา รัค โอบามา ยุทธศาสตร์แบรนด์ที่ควรเรียกชื่อว่า “ระบอบปกครองเดิมแต่ปรับแต่งเปลี่ยนโฉมเสียหน่อย” (regime alteration)
       ทีนี้ลองมาสำรวจสนามรบกัน ชนเผ่าต่างๆ ในแคว้นไซเรไนซา (Cyrenaica) หรือภาคตะวันออกของลิเบีย มักเป็น “ฝันร้ายทางยุทธศาสตร์อันดับหนึ่ง” ของกัดดาฟีเสมอมา ยิ่งในตอนนี้ด้วยแล้ว ระบบการคัดเลือกผู้นำชนเผ่าในลักษณะเป็นกโลบายมุ่งกำจัดลดทอนปรปักษ์ (co-option of tribal leaders) ซึ่งกัดดาฟีได้เคยนำออกมาใช้อย่างฉาวโฉ่ ย่อมกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปเรียบร้อย
       เขายังอาจจะสามารถนับบางชนเผ่าทางภาคตะวันตกและภาคใต้ว่ายืนอยู่ข้าง เดียวกับเขา ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเผ่าของเขาเอง ตลอดจนเผ่ามากอริฮอ (Magariha) ที่เป็นเผ่าของ อับเดลเบเซต อาลี โมเหม็ด อัล เมกรอฮี (Abdelbeset Ali Mohmed al Megrahi) มือวางระเบิดเครื่องบินโดยสารของสายการบินแพนแอม ที่ไประเบิดเหนือหมู่บ้านล็อกเคอบี (Lockerbie) ในสกอตแลนด์ ทว่าชนเผ่าส่วนใหญ่ (แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดทุกเผ่า) ต่างยังคงต่อต้านระบอบปกครองของเขา รวมทั้งชนเผ่าที่มีความเข้มแข็งที่สุดยิ่งกว่าเผ่าอื่นๆ อย่างเช่น วอร์ฟัลละห์ (Warfallah) ชนเผ่าที่มีอิทธิพลสูงในกองทัพลิเบีย, ซอวิยะ (Zawiya) ซึ่งปักหลักอยู่ทางภาคตะวันออกที่อุดมด้วยน้ำมัน, บานี วาลิด (Bani Walid) ชนเผ่าที่ยุติไม่ให้ความร่วมมือกับพวกจ้าหน้าที่ความมั่นคงไปแล้ว, และชนเผ่า ซินตัน (Zintan) ซึ่งเมื่อก่อนเคยจับมือเป็นพันธมิตรกับเผ่าของกัดดาฟี
       ถ้ากัดดาฟีล้มครืนลงไปเมื่อใด ก็แทบจะเป็นเรื่องแน่นอนแล้วว่า รัฐบาลชั่วคราวของลิเบียที่จะเกิดขึ้นมาแทนที่นั้น จะประกอบไปด้วยพวกผู้นำชนเผ่าต่างๆ ผสมผสานกัน เราอาจคาดหมายต่อไปได้ว่า พวกที่อยู่ในแถบนครหลวง (Tripolitania) ซึ่งมีการพัฒนามากกว่า จะเกิดการปะทะขัดแย้งกับพวกชาวแคว้นไซเรนาซา ซึ่งถูกทอดทิ้งละเลยมานมนานอีกคำรบหนึ่ง อันที่จริงชนเผ่าต่างๆ ในลิเบียก็ได้ต่อสู้ทำศึกสงครามกันเองมาหลายร้อยปีแล้ว ทำนองเดียวกับในอัฟกานิสถาน เพียงแต่ว่าในเวลานี้สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ ชนเผ่าส่วนใหญ่กำลังสามัคคีกันเพื่อต่อต้านศัตรูร่วมตัวเดียวกัน นั่นคือกัดดาฟี ผู้ประกาศตนเป็น “จอมราชันย์” (king of kings) แห่งทวีปแอฟริกา
**สมรภูมิแอลจีเรีย**
       ฝ่ายทหารในแอลจีเรียกำลังเฝ้าติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลิเบีย อย่างกระชั้นชิดทุกฝีก้าว เรื่องนี้ไม่น่าประหลาดใจอะไร เพราะถ้าหากกัดดาฟีล้มครืน แอลจีเรียก็น่าจะเป็นรายต่อไป ประเทศทั้งสองต่างก็เป็นมหาอำนาจทางด้านน้ำมัน/แก๊ส ทว่าความมั่งคั่งร่ำรวยที่ได้มาไม่ได้ถูกถ่ายโอนลงไปให้แก่ประชากรส่วนใหญ่ ของประเทศ และประชากรเหล่านี้กำลังรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ
       มีข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วว่า แอลจีเรียเป็นรัฐบาลหนึ่งเดียวในโลกเวลานี้ที่กำลังปฏิบัติการสนับสนุนกัดดา ฟี (เซอร์เบียก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง ทว่าอยู่ในสภาพการณ์ที่แตกต่างออกไป กล่าวคือเซอร์เบียนิ่งเงียบไม่แสดงความเห็นใดๆ ออกมา เนื่องจากผลประโยชน์ด้านข้อตกลงจัดซื้อจัดจ้างทั้งทางการทหารและการก่อสร้าง ที่เซอร์เบียมีอยู่กับกัดดาฟี) จวบจนถึงเวลานี้ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดในเรื่องที่กรุงแอลเจียร์กำลังให้ ความช่วยเหลือโดยตรงต่อกรุงตริโปลีนั้น ปรากฏอยู่ในรายงานของ “แอลจีเรีย วอตช์” (Algeria Watch) อันเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนแอลจีเรียที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ กลุ่มนี้ยืนยันว่ากรุงแอลเจียร์กำลังอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางโดย ทางอากาศไปจนถึงลิเบีย ให้แก่พวกทหารรับจ้างจาก ไนเจอร์ และ ชาด ในอดีตที่ผ่านมาแอลจีเรียก็เคยทำสิ่งเดียวกันนี้มาแล้ว ได้แก่ การขนกองทหารไปยังโซมาเลีย เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลหุ่นที่สหรัฐฯหนุนหลังอยู่ ในการต่อสู้กับพวกชนเผ่าในโซมาลีที่ก่อกบฎและถูกตีตราว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย”
       ข่าวที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีก ทว่ายังคงไม่ได้รับการยืนยัน ก็คือ เรื่องที่ว่า พ.อ.กาเมล บูซกาเอีย (Colonel Djamel Bouzghaia) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงคนสำคัญของประธานาธิบดี อับเดลาซิซ บูเตฟลิกา (Abdelaziz Bouteflika) แห่งแอลจีเรีย อาจจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการลักลอบนำเอากองกำลังความมั่นคงส่วน ตัวของประธานาธิบดีซิเน เอล อาบิดิเน เบน อาลี (Zine el-Abidine Ben Ali) แห่งตูนิเซียที่ถูกประชาชนลุกฮือโค่นล้มไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตลอดจนกองกำลังอาวุธรีพับลิกันการ์ด (Republican Guard) ของตูนิเซีย เข้าไปยังลิเบีย ในจำนวนนักรบอันน่าสะอิดสะเอียนประเภทต่างๆ เหล่านี้ มีอยู่พวกหนึ่งที่เป็นพวกนักแม่นปืน ซึ่งได้สังหารผู้ชุมนุมเดินขบวนชาวตูนิเซียในเมืองใหญ่ต่างๆ 3 เมือง ตลอดจนในเวลานี้ก็อาจจะกำลังเข่นฆ่าพลเรือนชาวลิเบียอยู่ก็เป็นได้
** ‘ทัวเร็ก’คือผู้กู้ชีวิต**
       ถ้าหากกัดดาฟีสามารถพึ่งพาอาศัยพวกนักแม่นปืนมือสังหารชาวตูนิเซียมา ทำงานสกปรกให้เขาได้ มันจะต้องพูดอะไรกันอีกเกี่ยวกับชาวทัวเร็ก (Tuareg) ที่เป็นชนเผ่าเร่ร่อนจากดินแดนซาเฮล (Sahel)
       ในอดีตที่ผ่านมา กัดดาฟีมักหาทางเพาะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านของ เขา และชาวทัวเร็กก็มักถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์อันหลงเพ้อ อยู่กับความยิ่งใหญ่ของเขา ในการสร้างชาติ “มหาซาฮารา” (Grand Sahara) ขึ้นรอบๆ ลิเบีย ทั้งนี้โดยที่เขาฉวยใช้ประโยชน์จากความฝันของชาวทัวเร็กที่ปรารถนาจะแบ่งแยก ดินแดนออกมาตั้งประเทศของพวกเขาเอง
       เมื่อสิบปีก่อน บนถนนในเมืองทิมบุกตู (Timbuktu) ประเทศมาลี เพื่อนๆ ชาวทัวเร็กได้จัดแจงให้การศึกษาอบรมแบบลัดสั้นให้แก่ผมในเรื่องเกี่ยวกับการ ก่อกบฎของชาวทัวเร็ก และขบวนการแบ่งแยกดินแดนของชนเผ่านี้ ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 ชาวทัวเร็กจำนวนมากได้ถูกระดมเข้าไปอยู่ใน “กองทหารอิสลาม” (Islamic Legion) ของกัดดาฟี อันเป็นกองกำลังอาวุธที่จัดตั้งขึ้นโดยใช้เหตุผลข้ออ้างที่ว่าเพื่อทำการ ต่อสู้จัดตั้งรัฐอิสลามที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขึ้นมาในภาคเหนือของทวีป แอฟริกา โดยที่ในเวลานั้นภูมิภาคซาเฮล-ซาฮาราก็กำลังเผชิญภัยแล้งอย่างต่อเนื่องจน กระทั่งผู้คนมองไม่เห็นหนทางที่จะไปทำมาหากินอะไรอย่างอื่นที่ไหนได้ แต่กองทหารนี้ก็ยืนยงอยู่ได้จนถึงปลายทศวรรษ 1980 จากนั้นจึงถูกยุบทิ้งไป
       กัดดาฟียังได้สนับสนุนให้พวกทัวเร็กก่อการกบฎขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน มาลี และ ไนเจอร์ เขาหว่านเงินให้จัดตั้งค่ายทหารขึ้นในเมืองทิมบุกตู, กาโอ (Gao), และ คิดัล (Kidal) ในประเทศมาลี, เปิดสถานกงสุลแห่งหนึ่งในเมืองคิดัล และใช้เงินดอลลาร์จากน้ำมัน (petrodollar) มาหว่านโปรยเสน่ห์ดึงดูดใจ ชาวทัวเร็กจากภาคเหนือของมาลีนั้นมีความเกลียดชังรัฐบาลกลางในกรุงบามาโก อยู่แล้ว อันที่จริงเห็นได้ชัดเจนว่าชาวทัวเร็กที่เป็นชนเผ่าเร่ร่อนไม่ไว้วางใจ รัฐบาลกลางไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คืออำนาจในการปกครองตนเอง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้นในด้านสุขอนามัย, สาธารณสุข, และการศึกษาตามตำบลเมืองน้อยและหมู่บ้านแถบทะเลทรายที่พวกเขาพำนักอาศัย
       กรุงบามาโก และพวกกบฎทัวเร็ก ได้ลงนามทำข้อตกลงกันในท้ายที่สุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2006 ภายใต้การเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยของแอลจีเรีย ผลของข้อตกลงนี้ในทางทฤษฎีแล้วจะช่วยสร้างสันติภาพและก่อให้เกิดการพัฒนา ขึ้นในเขตคิดัล พวกกบฎมาวางอาวุธกันอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2009 แต่ก็ยังมีผู้นำกบฎคนหนึ่ง คือ อิบรอฮิม อัก บาฮังกา (Ibrahim Ag Bahanga) ที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเหล่านี้ และไปลี้ภัยอยู่ในลิเบีย
       ในลิเบียก็มีชาวทัวเร็กอาศัยอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ที่เป็นทะเล ทราย ทว่าเวลานี้กำลังมีข่าวแพร่มาจากกรุงบามาโกว่า มีชาวทัวเร็กอย่างน้อยที่สุด 800 คน ซึ่งมาจากมาลี, บูร์กินาฟาโซ, ไนเจอร์, และแอลจีเรีย ได้เข้าร่วมกับกองกำลังอาวุธของกัดดาฟีแล้ว ถ้าหากคุณเป็นหนุ่มๆ ชาวทัวเร็กที่ไม่มีงานทำ คุณจะต้านทานไหวหรือกับข้อเสนอล่อใจที่ประกอบด้วยเงินสด 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งจ่ายให้เมื่อเข้าร่วมกับกองกำลัง บวกกับเงินอีกวันละ 1,000 ดอลลาร์สำหรับค่าสู้รบ
       เวลานี้สิ่งที่แตกต่างออกไปจากในอดีตก็คือ กัดดาฟีดูเหมือนไม่เพียงแต่จะสร้างความแตกแยกระหว่างชาวทัวเร็กกับประเทศ ต่างๆ ซึ่งคนเหล่านี้พำนักอาศัยอยู่เท่านั้น หากยังก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นภายในชุมชนชาวทัวเร็กเองอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาลี, ไนเจอร์, และชาด ก่อนหน้านี้ มีชาวทัวเร็กจำนวนหนึ่งทำงานให้เขาในลิเบียมาหลายปีแล้ว บางคนเป็นสมาชิกของกองทัพลิเบีย พร้อมกับได้สัญชาติลิเบียด้วย แต่ด้วยพลังอันเร้าใจของเงินดอลลาร์จากน้ำมัน เวลานี้จึงมีคนใหม่ๆ เข้าไปรับใช้เขา ถึงแม้มันจะก่อให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังขึ้นในชุมชนชาวทัวเร็กจำนวนมาก
       ดังที่ อับดู ซัลลัม อัก อัสซาลัต (Abdou Sallam Ag Assalat) ประธานของสมัชชาภูมิภาคในคิดัล บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า “พวกคนหนุ่มๆ เหล่านี้กำลังเดินทางไปยังลิเบียกันเป็นจำนวนมาก … เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคกำลังพยายามตักเตือนเกลี้ยกล่อมพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เคยเป็นกบฎมาก่อน ไม่ให้เดินทางไป แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเลย เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว มันมีทั้งเงินดอลลาร์และอาวุธที่จะให้ไปหยิบฉวย … วันหนึ่งพวกเขาจะต้องกลับมาพร้อมด้วยอาวุธเหล่านี้แหละเพื่อมาสั่นคลอน เสถียรภาพของเขตซาเฮล”
       พวกทัวเร็กเหล่านี้เดินทางออกจากภาคเหนือของมาลี ข้ามเข้าไปยังภาคใต้ของแอลจีเรีย จากนั้นก็ข้ามเข้าสู่ภาคใต้ของลิเบีย มันเป็นการเดินทางอันยากลำบากที่ใช้เวลา 48 ชั่วโมง ปกติแล้วมักไปกันเป็นขบวนใหญ่ๆ แน่นอนทีเดียวว่า “เส้นพรมแดน” ในเขตทะเลทรายเหล่านี้เป็นเพียงภาพมายาที่ไร้ความหมายในทางเป็นจริง ตามรายงานของสื่อแอลจีเรีย การปฏิบัติการคราวนี้อยู่ในการบังคับบัญชาของอดีตผู้นำชาวทัวเร็กจากมาลีผู้ หนึ่ง ซึ่งเวลานี้พำนักอยู่ในลิเบีย ทั้งนี้บุคคลผู้นี้น่าจะได้แก่ อิบรอฮิม อัก บาฮังกา นั่นเอง เราสามารถคาดหมายได้ว่า ถ้าหากในเวลาต่อไปการเดินทางข้ามทะเลทรายเช่นนี้มีบางช่วงบางตอนเป็นการเดิน ทางโดยทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นช่วงจากแอลจีเรียหรือจากชาดก็ตามที นั่นย่อมหมายถึงว่าชาวทัวเร็กเหล่านี้ได้พบกับคนในฝ่ายความมั่นคงของ แอลจีเรีย ที่มาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในด้านการเดินทางเข้าให้แล้ว
       โอกซานา (Oksana) หนึ่งในพยาบาลชาวยูเครนซึ่งคอยดูแลกัดดาฟีอยู่ บอกว่ากัดดาฟีเป็น “นักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่” แต่อันที่จริงเขายังเป็นนักสังคมวิทยาชั้นดีอีกด้วย เพราะเขามองเห็นและก็สามารถทำประโยชน์ได้อย่างมหาศาล จากข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อพินิจพิจารณาจากมุมมองทางด้านสังคมวิทยา, ทางด้านการเมือง, และทางด้านการตัดสินคดีความแล้ว ในเขตซาเฮล-ซาฮารานั้น ไม่มีความเป็นรัฐชาติจริงๆ หรอก สิ่งที่กำลังบังเกิดขึ้นมาในตอนนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะมาเที่ยวประณามชาวทัวเร็กเลย ในเมื่อทั้งแอลจีเรียและลิเบีย ต่างก็ไม่เคยทำอะไรที่อย่างน้อยที่สุดอาจจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเสียหาย ไปเนื่องจากลัทธิล่าอาณานิคม (เพราะลัทธิอาณานิคมนี่เอง ที่ทำให้ชนเผ่าเร่ร่อนอย่างชาวทัวเร็กต้องกระจัดกระจายกลายเป็นประชากรใน ประเทศต่างๆ ถึง 4 ประเทศ) ทั้งนี้ แอลจีเรียมักจะคอยหาผลประโยชน์รวมทั้งคอยกดขี่ชาวทัวเร็กที่ถูกแบ่งแยกออก เป็นเสี่ยงๆ เช่นนี้เสมอมา ขณะที่สำหรับ “จอมราชันย์แห่งทวีปแอฟริกา” อย่างกัดดาฟี สภาพเช่นนี้แหละที่ทำให้เขาสามารถอาศัยชาวทัวเร็กเป็นกองกำลังสำรองของเขา
เปเป เอสโคบาร์ เป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Globalistan: How the Globalized World is Dissolving into Liquid War” (สำนักพิมพ์ Nimble Books, ปี 2007) และเรื่อง “Red Zone Blues: a snapshot of Baghdad during the surge” หนังสือเล่มใหม่ของเขาคือเรื่อง “Obama does Globalistan” (สำนักพิมพ์ Nimble Books, ปี 2009) ทั้งนี้สามารถที่จะติดต่อกับเขาได้ที่ pepeasia@yahoo.com

ดาราสาวแข่งโชว์หวิว ในงานสุพรรณหงส์

Pic_153927

เหล่าดาราสาวสวยของวงการบันเทิงไทย พาเหรดมาร่วมโชว์ในงานสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 20 ที่พัทยา เล่นเอาแฟนๆ ตะลึงไปตามๆ กัน...


งานนี้เรียกว่าดูฟรีกันอย่างจุใจ สำหรับเต้าเล็กเต้าใหญ่ ตั้งแต่ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอร์ริไลต์ ไปจนถึง นมเปรี้ยวโยเกิร์ต อาทิ รุ่นเด็กๆ อย่างใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ยิปโซ สายป่าน และรุ่นบิ๊กไซส์อย่าง ตั๊ก บงกช แคนดี้ เอเวอรี่ ในขณะที่นักแสดงชื่อดังหลายคนร่วมงานอาทิ พลอย เฌอมาลย์ โอเด็ด แจคคามิน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์